บทความน่ารู้

นึกถึงซึ่งเบรกมือ

รถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นในปัจจุบันทุกคัน ได้บรรจุระบบเบรกมือมาในรถยนต์ทุกคัน เพื่อสำหรับการจอดรถมิให้เคลื่อนที่ เงื่อนไขของการทำงานนั้น จะถูกระบุอยู่ในรถยนต์รุ่นนั้นๆ ไม่ว่าเบรกมือจะเป็นแบบดึงจากบริเวณคอนโซลหน้า , บริเวณคอนโซลกลาง , หรือเบรกมือประเภทเท้าเหยียบก็ตาม

 

หลายท่านมีความคุ้นเคยกับการใช้เบรกมือเพราะความเคยชินเป็นประจำ แต่ก็มีบางท่านที่ไม่เคยใช้งานเลยก็มี   ซึ่งส่วนใหญ่ที่เป็นลักษณะเช่นนี้เพราะรถยนต์ที่ใช้อยู่เป็นเกียร์อัตโนมัติ , ในการจอดรถในแต่ละครั้งมีการจอดที่ไม่มีการเคลื่อนไหว  เป็นต้น  เพราะพวกเขาเหล่านั้นจะเข้าเกียร์ในตำแหน่ง p นั่นเอง  การเข้าเกียร์ในตำแหน่งดังกล่าวจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้  จะมีการล็อกอยู่ภายในเกียร์

 

เบรกมือจะมีการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่หลายประเด็น   เช่น
– ระยะของเบรกมือจะต้องไม่สูงหรือต่ำเกินไป
– ผ้าเบรกของชุดเบรกมือจะต้องไม่บางเกินไป
– ผ้าเบรกของชุดเบรกมือจะต้องไม่ลื่น
– ผ้าเบรกของชุดเบรกมือจะต้องมีการจับได้เต็มหน้าสัมผัส
– จะต้องมีการตรวจสอบ ทำความสะอาด การปรับตั้ง การหล่อลื่นชุดเบรกมือตามกำหนด
– อื่นๆ

 

ดังนั้น ก็เท่ากับว่า จะต้องมีการบำรุงรักษาชุดเบรกมือ เหมือนกับชิ้นส่วนอื่นๆของรถยนต์เช่นกัน ไม่ควรละเลย  แต่สิ่งที่จะกล่าวตามหัวข้อเรื่องนั้น  ในเรื่องของ “ชุดเบรกมือเปียกน้ำ” การที่ชุดเบรกมือเปียกน้ำแล้วมีการดึงไว้บวกกับมีการจอดเป็นระยะเวลาที่นาน  อาจจะพบกับปัญหาที่ว่า  “ปลดเบรกมือไม่ลงหรือปลดเบรกมือไม่ได้”   ไม่ว่ารถยนต์ของท่านจะเป็นแบบดีสเบรกหรือดรัมเบรก  ก็มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งหมด  เมื่อเป็นเช่นนี้จะไม่สามารถเคลื่อนที่รถยนต์ได้  การแก้ปัญหาเบื้องต้นอาจมองว่า  ใช้วิธีออกตัวอย่างรุนแรงก็อาจจะหลุดได้   ถ้าชุดเบรกมือนั้นไม่แน่นพอ   แต่ถ้ากระทำแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ   อันนี้ต้องพึ่งช่าง เพราะจะต้องมีการถอดล้อเกิดขึ้น จะได้ตรวจสอบส่วนอื่นว่ามีอะไรเสียหายบ้างไปในคราวเดียวกันนั่นเอง

อนึ่ง…กรณีที่น้ำท่วมหรือจอดรถแช่น้ำถึงระดับชุดเบรกมือเป็นเวลานาน ( ส่วนใหญ่จะรวมอยู่ในชุดเบรก ) ไม่ควรดึงเบรกมือเพราะโอกาสที่จะมีการติดนั้นสูงมากๆ   ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาเมื่อดับเครื่องยนต์แล้วให้เข้าเกียร์ตำแหน่งใดๆก็ได้ยกเว้นเกียร์ว่าง  แทนการดึงเบรกมือ   ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติก็ให้เข้าเกียร์  p  ครับ ทางผู้เขียนเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่าน  สามารถกระทำได้เป็นอย่างดีครับผม

Read more...

น้ำมันเพาเวอร์พวงมาลัย ใครว่าไม่สำคัญ

รถยนต์สมัยก่อนย้อนหลังไปประมาณไม่ต่ำกว่า20 ปี จะมีระบบบังคับเลี้ยวที่ไม่ค่อยซับซ้อนมากนัก  รวมถึงระบบที่ช่วยผ่อนแรงต่างๆ ยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบันนี้ สมัยนี้อะไรๆก็เอื้ออำนวยต่อการขับขี่ให้มีความสะดวกสบายที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด  ดังที่จะกล่าวถึงนี้  ก็ในส่วนของระบบบังคับเลี้ยวที่ใช้น้ำมันเป็นตัวทำงานในระบบ


การดูแลรักษาระบบบังคับเลี้ยว
 ก็เหมือนกับชิ้นส่วนต่างๆของรถยนต์  ที่จะต้องมีการบำรุงรักษา มีการตรวจเช็คไม่ว่าระบบนั้นจะเป็นหน้าตาหรือลักษณะเช่นไร แต่เพื่อให้มีความพร้อมใช้งานที่สมบูรณ์ตลอดเวลาจำเป็นที่จะต้องมีการบริการ  จริงอยู่ว่าระบบดังกล่าวนี้จะมีการบำรุงรักษาหรือมีการตรวจเช็คที่น้อยกว่าชิ้นส่วนอื่นๆ  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการบำรุงรักษาอยู่ดีไม่ควรปล่อยปะละเลย  มินั้นจะนำพาความเสียหายที่เพิ่มมากขึ้น

 

จากการสังเกตรถยนต์ของลูกค้าที่ลูกค้าได้นำรถเข้าศูนย์บริการ เพื่อตรวจเช็คระบบต่างๆของรถยนต์  พบว่ามีรถยนต์อยู่จำนวนไม่น้อย  ที่ระบบบังคับเลี้ยวในส่วนของน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์นั้น ยังมีสภาพที่สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี  ยังไม่มีการรั่วซึมแต่อย่างใดถึงแม้ว่ามีการใช้งานที่มากกว่าแสนกิโลเมตรขึ้นไปแล้วก็ตาม  นั่นอาจจะเป็นเพราะว่ามีการเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางที่กำหนดจึงทำให้กลไกและชิ้นส่วนต่างๆมีการใช้งานที่ยาวนานขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เท่ากับว่าเจ้าของรถจะได้ความประหยัดในหลายๆด้านกันเลยทีเดียว

 

 ผู้ขับขี่หรือท่านเจ้าของรถยนต์ทุกท่าน  หากสามารถกระทำได้ตามรายการต่างๆ  ที่ระบุอยู่ในคู่มือการใช้รถไม่เพียงแต่น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์เท่านั้น ( ยังมีส่วนอื่นๆอีก )  แต่ในคราวนี้จะกล่าวถึงน้ำมันเพาเวอร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น  เพราะถ้ามีการซ่อมบำรุงในส่วนของชุดเพาเวอร์นั้น  จะมีความยุ่งยาก , ใช้เวลาที่นาน , ผู้ซ่อมจะต้องมีความสามารถที่ดี , ค่าใช้จ่ายอาจจะสูงตามไป เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีส่วนของเครื่องมือพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่างหาก  โดยรวมถือว่าค่อนข้างที่จะเอาเรื่องเลยทีเดียว

 

ดังนั้น เมื่อเป็นดังนี้ ควรมีการบำรุงรักษาน้ำมันเพาเวอร์  ตามกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  หรืออย่างน้อยก็มีการซ่อมบำรุงที่ช้าลง ถึงแม้ว่ามีการซ่อมบำรุงจริงๆ  ก็คงจะไม่สาหัสสากันสักเท่าไหร่  อาจจะเพียงแค่เปลี่ยนชุดซ่อมของซีลต่างๆเท่านั้น ( ตามอายุการใช้งานหรือหมดสภาพจริงๆ )  คงไม่มีใครต้องการ  ซ่อมรถยนต์ของตนเองบ่อยๆ  และใช้เวลาที่นานใช่ไหมครับ  ท้ายนี้  ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน   มีความสุขร่ำรวยกันถ้วนหน้าครับผม

Read more...

เปลี่ยนน้ำมันเบรก เพื่ออะไร

เมื่อกล่าวถึงน้ำมันที่ใช้ในรถยนต์มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ซึ่งน้ำมันชนิดต่างๆ มีหน้าที่ในการหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ ลดการสึกหรอ แต่น้ำมันที่มีความสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เกี่ยวกับระบบห้ามล้อ ซึ่งหลายท่านอาจมองข้ามไปจนทำให้ระบบห้ามล้อ สึกหรอเร็วกว่ากำหนด น้ำมันชนิดนี้ก็คือ น้ำมันเบรก
ในขณะที่เราเบรกความร้อนที่เกิดจากการเสียดสีระหว่างผ้าเบรกกับจานหรือดุมล้อจะถ่ายเทผ่านก้านดันผ้าเบรกเข้าสู่ลูกสูบ และ น้ำมันเบรก เมื่อเราต้องเหยียบเบรกอย่างแรง กะทันหัน หรือเหยียบเบรกอยู่บ่อยๆ ภายใต้ความเร็วสูง ความร้อนที่ถ่ายเทสู่ น้ำมันเบรกจะมีปริมาณมากและอาจระบายสู่ส่วนอื่นไม่ทัน ทำให้น้ำมันร้อนขึ้นมาก หากน้ำมันเบรกร้อนจนถึงจุดเดือดของมัน มันก็จะระเหยกลายเป็นไอในกระบอกสูบเบรกที่ล้อทันที และเมื่อระบายความร้อนออกไปได้ ไอก็จะยุบตัวเป็นของเหลว ในช่วงนี้จะไม่มีแรงดันที่จะไปกระทำต่อลูกสูบเบรกให้ไปดันผ้าเบรกทำให้เกิดอาการเหมือนไม่มีเบรก และ เบรกไม่อยู่ได้ ดังนั้น จุดเดือดของน้ำมันเบรกจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพการเบรกมาก

อุปกรณ์แต่งรถยนต์

น้ำมันเบรกมีหน้าที่ในการเป็นตัวกลางส่งแรงดันจากแม่ปั๊มเบรกตัวบนไปยังลูกสูบเบรก น้ำมันเบรกที่ดีจะต้องมีจุดเดือดสูง เพื่อไม่ให้น้ำมันเบรกร้อนเร็วเกินไปจนกลายเป็นไอไม่สามารถถ่ายเทแรงดันได้ตามปกติ น้ำมันเบรกที่มีจำหน่ายอยู่ตามศูนย์บริการ น้ำมันเบรกที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปจะต้องได้รับรองมาตรฐาน ซึ่งแบ่งตามจุดเดือด และ จุดชื้นซึ่งมีชนิด DOT 3 , DOT 4 , และ DOT 5  การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกควรเปลี่ยนถ่ายทุก ๆ 1 ปี (ถ้ารถใช้น้อย) หรือ เปลี่ยนทุก ๆ 40,000 กม. เพื่อไล่ความชื้นที่ผสมอยู่ในน้ำมันเบรกออกจากระบบ ช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากสนิมที่เกิดจากความชื้น ซึ่งจะทำให้ลูกยางเบรกบวม หรือ ฉีกขาดจนทำให้น้ำมันเบรกรั่วซึมและเบรกไม่อยู่ .

การเปลี่ยนน้ำมันเบรกนั้นถ้าคุณนำรถเข้าเช็คที่ศูนย์บริการตามระยะ ทางช่างจะแจ้งให้ทราบว่าควรเปลี่ยนถ่ายหรือไม่ แต่ถ้าตรวจเช็คเองก็อาจจะจดประวัติการเปลี่ยนถ่ายไว้หรือจะสังเกตจากสีน้ำมันเบรกก็ได้ถ้ามีสีเปลี่ยนไป หรือ ดำขึ้นก็ควรเปลี่ยนครับ ท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข ร่ำรวยเงินทอง กันทุกท่านเลยครับ.

Read more...

ภัยที่มากับเครื่องปรับอากาศ

อากาศในปัจจุบันยิ่งร้อนมากขึ้นทุกวันทำให้เราต้องหันมาพึ่งพัดลมหรือไม่ก็เครื่องปรับอากาศกันมากขึ้นทั้งตอนกลางวันและกลางคืน ถึงแม้จะอยู่ในรถยนต์ก็ต้องเปิดแอร์ตลอดเวลา เรียกได้ว่าชีวิตของคนส่วนใหญ่มักจะอยู่กับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศกันแทบ 24 ชั่วโมง  นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์เรามีโรคแปลก ๆ หรือ ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่ายนั้น มาจากเครื่องปรับอากาศ ทั้งในรถยนต์  บ้าน และ ออฟฟิศ นั่นเอง
สาเหตุที่สำคัญก็คือ ความสกปกของตู้แอร์ ซึ่งจะสะสมฝุ่นและเชื้อโรคเอาไว้ หลายท่านได้ฟังแล้วอาจดูน่ากลัวแต่ที่จริงแล้วภัยเหล่านี้สามารถกำจัดได้ แต่คำตอบไม่ใช่การหยุดใช้งานเครื่องปรับอากาศ แต่คือการรู้จักทำความสะอาด
คุณทราบหรือไม่ว่าตู้แอร์ในรถยนต์ของคุณนั้นเป็นแหล่งรวมของฝุ่นละออง และยังมี เชื้อโรค เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หลายชนิด ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคุณและครอบครัวคุณ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีเราควรล้างตู้แอร์อย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง ไม่จำเป็นว่าแอร์ไม่แรงไม่เย็นแล้วจึงล้าง ยิ่งล้างบ่อยเท่าไหร่เชื้อโรคก็จะน้องลงเท่านั้นครับ

อุปกรณ์แต่งรถยนต์  อุปกรณ์แต่งรถยนต์

ฝุ่นจากภายนอกรถจะเข้ามาในระบบปรับอากาศทุกครั้งที่เปิดแอร์ เมื่อฝุ่นละอองมาเกาะอยู่ตามแผงคอล์ยเย็นหรือตู้แอร์ ทุกครั้งที่คุณเปิดแอร์ลมแอร์ก็จะพัดเอาฝุ่นเล็ก ๆ เข้ามาในห้องโดยสารถ้าคุณนั่งอยู่ในรถนานเท่าไหร่ก็ยิ่งสูดฝุ่นเข้าไปในร่างกาย สะสมไปเรื่อยๆ  นานวันก็จะกลายเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ โรคเยื่อบุในทางเดินหายใจ

ซากแมลงที่เน่าเปื่อยตายอยู่ในตู้แอร์ เป็นสิ่งที่พบเห็นได้เสมอ และนับเป็นอันตรายที่เรามองไม่เห็น แถมยังส่งผลต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงอีกด้วย นอกจากคุณจะสูดฝุ่นละอองเข้าไป คุณยังสูดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย นั่นทำให้ร่างกายของคุณรับสารและทำให้เกิดโรคแปลก ๆ ที่ไม่คาดคิดมากมาย โดยเฉพาะโรคจากการติดเชื้อในปอด และอวัยวะภายในร่างกาย

 การที่มีเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่จะอยู่ด้านหลัง แต่ตัวคุณขับรถอยู่ด้านหน้า ลมแอร์ที่เป่าออกมา จึงเหมือนส่งตรงเข้าจมูก ปอด ให้สูดก่อนที่เครื่องฟอกอากาศจะฟอกอากาศ ในขณะที่การหาซื้อเครื่องฟอกอากาศคุณภาพดีมาติดตั้ง ต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้นการกำจัดที่ต้นเหตุ ด้วยการล้างตู้แอร์จึงเป็นทางที่จะหลีกเลี่ยงโรคภัยได้เป็นอย่างดี และ ประหยัดกว่าวิธีอื่นครับ

การรักษาความสะอาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญถ้าคุณมีการบำรุงรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ มีการล้างแอร์ทุก ๆ  6 เดือน ดูดฝุ่นภายในรถอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เท่านี้ก็ช่วยให้ตัวคุณและคนในครอบครัวได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีเชื้อโรคอีกต่อไป หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการล้างตู้แอร์แบบไม่ถอดตู้ สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่ศูนย์บริการโตโยต้า ทั่วประเทศ หรือที่ บ. พิธานพาณิชย์ ได้ทุกสาขา ครับ ท้ายนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงกันทุกท่านครับ.

Read more...

มูลนกกับรถยนต์

บนโลกของเรานี้มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด สิ่งที่สามารถอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ได้นั้นคงหนีไม่พ้นจำพวกสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ปลา นก ฯลฯ ซึ่งสัตว์เลี้ยงต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์สามารถช่วยให้มนุษย์มีความสุข คลายเหงาบางช่วงเวลา หรือแม้แต่ช่วยงานก็ได้ เช่น นกพิราบสื่อสาร สุนัขเฝ้าบ้าน แมวเอาไว้จับหนู ควายเอาไว้ไถนา เป็นต้น แต่บางครั้งสัตว์เลี้ยงที่เรารักก็มักจะกระทำสิ่งที่เราไม่ชอบซึ่งอาจจะส่งผลให้รถยนต์คันโปรดของคุณ สกปรก เพียงพริบตาเดียว สัตว์ชนิดนั้นก็ คือ เจ้านกตัวน้อย หลายท่านคงคิดว่า ขี้นกธรรมดาทั่วไปอย่างมากก็แค่คราบสกปรก ที่ไม่นานก็สามารถล้างออกได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันมีผลโดยตรงต่อสีรถยนต์ของคุณ

และในวันนี้เรามีคำแนะนำในการดูแลรักษารถยนต์ของคุณ หากคุณจะต้องผจญภัยกับเหตุที่ช่วยไม่ได้ เมื่อนกเห็นรถของคุณเป็นห้องน้ำเคลื่อนที่

อุปกรณ์แต่งรถยนต์ อุปกรณ์แต่งรถยนต์

อย่าปล่อยขี้นกทิ้งไว้นานๆ  หลายท่านวางใจ กับ ขี้นก ด้วยเหตุที่มันเป็นเพียงแค่ความสกปรกที่ดูแล้ว อาจจะไม่ต่างจากฉี่ของสุนัข หรือ ฉี่ของแมวที่บ้านที่อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาจนชินเสียแล้ว แต่ความจริงที่ซ้อนเร้นอยู่นั้นเป็นผลเสียต่อสีรถยนต์ของคุณนะครับ ทางที่ดีควรจะเร่งเอาออกเสียแต่เนิ่นๆ  โดยใช้ผ้าที่มีเนื้อนิ่ม เช็ดออก  ห้ามถูเด็ดขาดเพราะถ้าคุณถูในขี้นกนั้นอาจจะมีเศษหินดินทรายผสมอยู่รถของคุณจะเป็นรอยทันทีครับ

ขี้นกแห้ง หลายคนมักจะทิ้งขี้นกไว้จนแห้ง แต่นั่นเท่ากับคุณได้ทำลายสีรถยนต์ของคุณแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะจะทำให้เกิดการกัดกร่อนในชั้นแร็กเกอร์ ซึ่งคุณจะไม่มีทางรู้เลย สำหรับขี้นกแห้ง ถ้าคุณสะกิด ๆ ออกอาจจะทำให้เกิดการติดในบางส่วนอยู่ได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุด คือ ใช้ผ้านิ่ม แต่ให้หาน้ำยาพวกแว็กซ์ หรือสารทำความสะอาดที่มีความสามารถในการหล่อลื่นมาทาซึ่งถ้ามันออกยากมาก ก็ให้ทาแล้วทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นก็ค่อยมาเช็ดออกอีกที  หลังจากทำความสะอาดขี้นกแล้วก็อย่าลืมล้างมือกันนะครับ หลังจากที่มีโรคหวัดนกระบาด การดูแลป้องกันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า มูลนกนั้นจะมีอะไรปะปนมาบ้าง ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อโรคก็ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้งที่กำจัดคราบขี้นกออก ควรล้างมือ โดยเร็วที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรค

ล้างรถให้สะอาด ถ้าคุณมีเวลาว่างพอ ก็น่าจะล้างรถเสียหน่อยคงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย เพราะการล้างรถเป็นการทำความสะอาดที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรจะเคลือบแว็กซ์ลงไปด้วย แต่แน่นอนว่าคงต้องใช้เวลานานแต่ก็เพื่อรถคุณนะครับ

หาที่จอดรถใหม่ แน่นอนครับเป็นวิธีที่ดีที่สุดถ้าสามารถกระทำได้ กรณีที่คุณไปในที่เดิม ๆ แล้วพบกับขี้นกเป็นประจำ คงต้องแนะนำว่าตรงนั้นอาจจะไม่ใช่ที่จอดรถของคุณ ในการจอดรถถ้าคุณรักรถของคุณทางที่ดี ลองเปลี่ยนทำเลใหม่ หรือไม่ก็หาอุปกรณ์คลุมรถก็เป็นการป้องกัน และรักษาสภาพสีรถของคุณให้ดูใหม่อยู่ตลอดไปครับ

Read more...

ศูนย์ล้อและช่วงล่างสำคัญอย่างไร

ในปัจจุบัน รถยนต์ถือได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็น เป็นปัจจัยที่ห้า เพราะการเดินทางไปไหนมาไหนจะต้องอาศัยรถยนต์ในการเดินทางหรือแม้แต่การขนส่งสินค้าก็ตาม เพราะสะดวก รวดเร็ว แต่เมื่อรถยนต์ผ่านการใช้งาน มาเป็นเวลานาน ๆ ก็จะต้องมีการบำรุงรักษาตามอายุเพื่อยืดอายุชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ๆ ในวันนี้ทางผู้เขียนจะขอนำเรื่องล้อและช่วงล่างว่าควรจะดูแล และ บำรุงรักษาอย่างไร

สำหรับสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้รถต้องนำรถเข้ารับบริการตั้งศูนย์ล้อและซ่อมช่วงล่าง มีอยู่หลายประการด้วยกัน เช่น ศูนย์ล้อตั้งมาไม่ดี ยางหมดสภาพ ช่วงล่างมีปัญหาจากอายุการใช้งาน (เช่น ลูกยางต่างๆโช้คอัพเสีย)  ระบบเบรก  เป็นต้น และ ก่อนที่จะนำรถเข้าตั้งศูนย์ล้อ ถ้าพบว่าระบบช่วงล่างยังมีปัญหาอยู่ก็ควรที่จะทำการแก้ไขเสียก่อน เพราะช่วงล่างมีผลมากสำหรับการตั้งศูนย์ล้อครับ ถ้าช่วงล่างไม่ดีตั้งศูนย์ล้อไปก็ไม่มีประโยชน์

มุมต่าง ๆ ที่ใช้ในการตั้งศูนย์ล้อ เริ่มจาก มุมโท-อินมีมุมโท – อิน โท- เอ้าท์ ซึ่งลักษณะของ มุมโท คือ ให้คุณลองยืนให้ลักษณะขาของคุณห่างกันพอประมาณ แล้วมองลงไปที่ปลายเท้าของคุณ ถ้าปลายเท้าบิดเข้ามาหากันเรียกว่าโท-อิน แต่ถ้าปลายเท้าแยกออกจากกันเรียกว่าโท-เอ้าท์ แต่ถ้าไม่เอียงเข้า หรือ ออก อยู่ในลักษณะตรง เรียกว่ามุมโทเป็นศูนย์

ส่วนมุมแคมเบอร์ คือ มุมที่คุณมองจากแนวดิ่ง ถ้าล้อด้านบนหุบเข้าไปในตัวรถมาก ( ล้อแบะ) จะเรียกว่าแคมเบอร์ลบ ถ้าเป็นแนวดิ่งตรงๆ เลยเรียกว่า มุมแคมเบอร์เป็นศูนย์เช่นกัน

มุมแคสเตอร์ คือ ให้คุณลองสังเกตจากตะเกียบรถจักรยานจะชี้ไปข้างหน้า เรียกว่ามุมแคสเตอร์บวก ถ้าเข้ามาเลยแฮนด์จะเป็นลบ ถ้าตะเกียบตรงเป็นแนวดิ่งตั้งฉากกับถนน มุมแคสเตอร์นั้นก็คือศูนย์

อุปกรณ์แต่งรถยนต์

ความสำคัญของทั้งสามมุมนี้ เท่ากันหมดครับ ถ้าเราจะไปกำหนดว่า เมื่อไหร่ ควรจะเข้ามาเช็คศูนย์ล้อ เราต้องรู้ว่ารถเรามีอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง เช่น ถ้ามุมโทไม่ดีจะสังเกตได้เมื่อเวลาเลี้ยวรถจะมีเสียงดังผิดปกติ ซึ่งจะเป็นเสียงยางเสียดสีกับถนน หรือ หน้ายางเกิดอาการสึกผิดปกติ ยกตัวอย่าง ถ้าโท-อินบกพร่องมากเกินไป ก็หมายถึงล้อด้านหน้าหุบ ล้อหลังจะบานออก แทนที่ล้อหลัง จะหมุนตรงๆ กลับหมุนแบบไถ ๆ เวลาเราเอามือลูบจากด้านนอกของยางลูบเข้าไปด้านในดอกยาง จะเรียบไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเราเอามือลูบออกดอกยางจะรู้สึกสากบาดมือ  ตรงนี้สามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ครับ

Read more...

ตรวจสอบสภาพรถ..ลดค่าบำรุงรักษา

ในยุคข้าวยากหมากแพงอย่างนี้ ผู้คนส่วนใหญ่พยายามลดค่าใช้จ่ายแล้วหันมาเก็บออมเงินกันมากขึ้น แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์บางอย่างที่ต้องจ่ายตามการใช้งานหรือ ทุก ๆ 6 เดือน การลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถคันโปรดของคุณให้อยู่กับคุณไปให้นานที่สุด ไม่เสื่อมอายุการใช้งานเร็วเกินไป ถือเป็นคำตอบที่ดีสำหรับทุกท่านเพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและยังช่วยให้คุณเก็บเงินไว้ในกระเป๋าได้มากขึ้นด้วย
สำหรับผู้ใช้รถทุกท่าน การดูแลรักษารถยนต์ถือว่า เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งครับ สิ่งแรกที่คุณจะได้รับคือช่วยยืดอายุการใช้งานรถของคุณ อันดับที่สองช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ต่ำลงเพราะฉะนั้นแล้วในครั้งนี้เรามีวิธีดูแลรักษารถยนต์แบบง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพมาฝากกับผู้อ่านทุกท่านครับ

1. แรงดันลมยาง

ตรวจง่าย ๆ ด้วยสายตาว่ายางทั้ง 4 เส้นนั้นแฟบอ่อนหรือไม่ ถ้าเป็นไปได้ให้ตรวจยางอะไหล่ด้วยนะครับ เพราะลมยางของแต่ละล้ออาจจะไม่เท่ากัน ซึ่งจะมีผลต่อการทรงตัวของรถ สังเกตได้ในขณะที่คุณขับขี่อยู่แล้วคุณแตะเบรก จะทำให้ตัวรถปัด ส่าย ซึ่งเป็นที่มาของอุบัติเหตุนั่นเอง และอาจจะทำให้อายุของยางสั้นลง คุณจึงอาจจะต้องควักเงินในกระเป๋าก่อนถึงเวลาอันควรด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าพบว่าแรงดันลมยางไม่เท่ากันต้องเติมหรือตรวจวัดให้อยู่ใน ค่ามาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนดครับ.

2. รอยรั่วของน้ำและน้ำมันต่างๆ

สำหรับรอยรั่วต่างๆ นั้นคุณสามารถตรวจสอบด้วยสายตาได้ครับ ถ้าพบว่ารั่วที่ล้อและเป็นน้ำมันเบรก จะต้องงดใช้งานทันที และรีบปรึกษาช่าง และหากพบน้ำระบายความร้อนรั่วหรือหยด (สีชมพู) ให้หาที่มาของการรั่วให้พบ ถ้าเกิดจากข้อต่อให้คุณลองใช้ไขควงหรือประแจ ขันกดให้แน่น ถ้าเป็นรอยรั่วของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้ายก็อย่านิ่งนอนใจนะครับ เมื่อคุณมีเวลาให้รีบนำรถเข้ามาตรวจเช็คที่ศูนย์บริการ เพื่อความปลอดภัยต่อกลไกดังกล่าว ครับ

3. ระบบระบายความร้อน

วิธีตรวจเช็ค ก็ไม่ได้ยากเลยครับเพียงแค่เปิดฝาหม้อน้ำออก (ข้อควรระวัง : ต้องเปิดขณะเครื่องยนต์เย็นเท่านั้นถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ให้หาน้ำที่สะอาดเติมลงไปให้พอดีกับระดับที่กำหนด สำหรับรถยนต์ที่ไม่มีฝาหม้อน้ำก็ให้ตรวจสอบที่หม้อพักน้ำได้เลยครับถ้าน้ำอยู่ในระดับที่กำหนดก็ไม่ต้องเติม แต่ถ้าต่ำก็ให้เปิดฝาแล้วเติมน้ำสะอาดให้เต็ม เรื่องน้ำระบายความร้อนอย่าละเลยนะครับ เพราะถ้าน้ำแห้งอาจจะส่งผลให้เครื่องยนต์ของคุณเสื่อมสภาพเร็วและอาจเสียหายมากได้นะครับ

4. น้ำมันเครื่อง

การดูแลรักษานั้น ต้องตรวจระดับน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่กำหนด เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้ เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ วิธีตรวจระดับน้ำมันเครื่องก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่ดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดลงไปยังตำแหน่งเดิม (ใส่ให้สุด) จากนั้นดึงออกมาตรง ๆ ในแนวดิ่ง ระดับน้ำมันจะสังเกตได้จากรอยคราบน้ำมันที่ เกาะอยู่ที่ปลายเหล็กวัด น้ำมันจะต้องอยู่ระหว่างกลางขีดที่มีอักษร L และ F  ถ้าต่ำจาก L ก็ให้เติมให้อยู่ในระดับที่กำหนดและไม่ควรเติมจนเกินอักษร F เพราะจะทำให้ควันขาว เครื่องยนต์อืดเร่งไม่ออก  และ อาจทำให้ซีลต่างๆภายในเครื่องยนต์ เสียหายได้อีกด้วยครับ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเครื่องยนต์เลยครับ เพราะฉะนั้นแล้วควรเติมให้พอดีตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนดครับเพื่อยืดอายุเครื่องยนต์และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ครับ.

5. เบรก

การตรวจระดับน้ำมันเบรกนั้นถ้าระดับน้ำมันเบรกลดลงก็ให้คุณสันนิษฐานไว้ 2 กรณี 1.ผ้าเบรกหมด 2.น้ำมันเบรกรั่วที่จุดใดจุดหนึ่ง ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างได้ตรวจสอบโดยเร่งด่วน แต่ถ้าคุณจะเติมน้ำมันเบรกนั้นก็ให้ระวังน้ำมันเบรกหกราดโดนสีรถจะทำให้สีรถคุณเสียหายได้ แต่ถ้าหกก็ให้รีบใช้น้ำราดให้เจือจางให้เร็วที่สุดครับ ระบบเบรกนี้ถือว่าเป็นระบบที่สำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นคือชีวิตของคุณและครอบครับของคุณเลยนะครับ ถ้ามีปัญหาให้รีบแก้ไขให้เร็วที่สุดครับ

ขอขอบคุณบทความจาก : http://phithan-toyota.com

Read more...